ประเพณีแห่ไม้ค้ำโพธิ์ (แห่ไม้ค้ำสะหลี)
อินทนนท์สูงเด่น ร่มเย็นองค์พระธาตุ
น้ำตกสวยสะอาด เชิดชูศาสน์แห่ไม้ค้ำโพธิ์
เป็นการกล่าวถึงอำเภอจอมทอง
ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่
เป็นอำเภอที่นอกจากจะบริบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติแล้ว ยังเป็นเมืองที่พระพุทธศาสนาได้เจริญสืบมาอย่างยาวนาน
ทั้งศาสตร์ศิลป์และวัฒนธรรมจากอดีตสู่ปัจจุบันก็ยังคงปรากฏให้เห็น อีกหนึ่งประเพณีที่อยู่คู่ศาสนาและชุมชนมาอย่างยาวนานคืองานแห่ไม้ค้ำโพธิ์
ด้วยความเชื่อของชาวพุทธว่าต้นไม้ใหญ่มักมีเทวดาอารักษ์สิงสถิตอยู่โดยเฉพาะต้นโพธิ์นั้นเป็นต้นไม้ที่ปรากฏอยู่ในพุทธประวัติเพราะพระพุทธเจ้าได้ประทับใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์เมื่อคราวที่ทรงบำเพ็ญความเพียรและทรงตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ในตอนเช้ามืดวันพุธ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีระกา ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี หลังจากออกผนวชได้ ๖ ปี (ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่า "พุทธคยา" เป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา รัฐพิหารอินเดีย
ต้นโพธิ์นั้นเมื่อเจริญเติบโตจะมีกิ่งก้านสาขาทอดยาว
บางกิ่งโน้มเอียง ชาวบ้านเกรงว่าจะหักโค่น จึงได้นำไม้ง่ามมาค้ำยันกิ่งไว้
โดยเชื่อว่านอกจากจะเป็นการค้ำยันกิ่งไม่ให้ล้มแล้ว
ยังมีความหมายไปถึงการค้ำชูพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวสืบต่อไป อีกทั้งเชื่อกันว่าอานิสงส์ในการถวายไม้ค้ำโพธิ์นั้น
จะช่วยคุ้มครองดวงชะตาให้เจริญขึ้น ไม่ตกต่ำ จะมีคนช่วยเหลือค้ำชูอยู่ตลอด ด้วยเหตุนี้ชาวจอมทองจึงได้สืบสานประเพณีความเชื่อนี้ไว้
โดยที่ชาวจอมทองไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเมื่อถึงเทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่เมืองซึ่งตรงกับช่วงเดือนเมษายนของทุกปี
ต่างก็จะพากันกลับบ้านเกิดเมืองนอน เพื่อจุดประสงค์เพื่อสระเกล้าดำหัวผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือแล้ว
อีกสิ่งหนึ่งคือการร่วมงานประเพณีสำคัญ นั่นคืองานแห่ไม้ค้ำโพธิ์ โดยแต่ละชุมชนจะมีการจัดขบวนมุ่งหน้าสู่วัดธาตุศรีจอมทองฯ
ทั้งเด็ก วัยรุ่นกลุ่มหนุ่มสาว
ผู้ใหญ่และผู้เฒ่าผู้แก่จะมาร่วมขบวนแห่พร้อมทั้งฟ้อนรำอย่างสนุกสนาน และเมื่อถึงวัดพระธาตุศรีจอมทองฯ
ทุกคนจะร่วมกันถวายไม้ค้ำโพธิ์หรือไม้ค้ำสะหลี เพื่อค้ำต้นโพธิ์ให้มั่นคงแข็งแรง
จึงถือเป็นประเพณีสำคัญและน่าสนใจในช่วงวันสงกรานต์ของชาวล้านนา
หมายเหตุ : วันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๓ นับเป็นปีแรกที่ไม่มีการจัดงานประเพณีสงการานต์ดังนั้นงานแห่ไม้ค้ำโพธิ์ก็เลยไม่มีเข่นกัน เพราะทั้งสองกิจกรรมนี้เป็นงานที่จัดร่วมกันในประเพณีเดียวกัน เป็นปีที่ทั้งในประเทศและทั่วโลกเฝ้าระวังในเรื่องการระบาดของโรคโควิด (covid-19) ซึ่งเป็นโรคระบาดที่ก่อให้เกิดผลกระทบกับเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตประจำวันของประขากรโลก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น