ผางลาง
เล่าเรื่องอดีตตอนของเก่าของแก่ชนิดหนึ่งชาวบ้านเรียกว่า “ ผางลาง “ ปกติจะมี 2 ตัวคือตัวผู้และตัวเมีย ตัวผู้จะใหญ่กว่าตัวเมีย เสียงก็แตกต่างกัน ผางลางจะมีเสียงกึกก้องก็ต่อเมื่อเราต้องเขย่าถึงจะมีเสียงเกิดขึ้น เสียงของผางลางจะดังกึกก้องไปไกลเป็นกิโลเมตรอยู่ต่างหมู่บ้านก็จะได้ยิน เสียงชัดเจน เสียงของผางลางจะกังวานไพเราะเสนาะหูกว่าเสียงของกระดิ่งวัวควายหลายเท่า เดี๋ยวนี้มีเหลืออยู่ไม่มาก
คนสมัยก่อนใช้ผางลางใน 3 กรณีคือ 1.เมื่อมีเหตุที่ทำให้เกิดความสุขและความดีงาม เช่น หลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จแล้วก็จะนำผางลางมาเขย่าให้เกิดเสียงดังเพื่อประกาศ ให้คนทั่วไปทั้งในหมู่บ้านและบ้านใกล้เรือนเคียงได้ทราบว่าเก็บเกี่ยวข้าว เสร็จแล้วและข้าวอุดมสมบูรณ์ดี และเป็นการขอบคุณเทวดาหรือขอบคุณดินฟ้าอากาศที่ทำให้ได้ผลผลิตมากและขอให้ปีหน้าผลผลิตข้าวอุดมสมบูรณ์เหมือนเดิมและถือเป็นการละเล่นสนุกสนานก็ได้2.เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ เช่น เกิดกบกินเดือนหรือจันทรุปราคา ปกติชาวบ้านสมัยก่อนถ้ามีเหตุการณ์ไม่ปกติ เช่น กบกินเดือนก็จะใช้วิธีตีเกราะเคาะไม้ให้เกิดเสียงดัง ตีเล้าเป็ดเล้าไก่ ตีปี๊บ และอีกอย่างหนึ่งถ้าหมู่บ้านไหนมีผางลางชาวบ้านจะนำผางลางมาเขย่าให้เกิด เสียงดังเพื่อจะไล่ให้กบคายเดือนออกมาอย่างนี้เป็นต้น
3. การค้าขายโบราณมักจะบรรทุกข้าวของเดินทางแรมรอนไปแลกเปลี่ยนสินค้าต่างถิ่น เรียก ขบวนวัวต่าง ก่อนออกเดินทางพ่อค้าวัวต่างจะผูกผางลางใว้บนหลังวัวนำขบวน พอวัวเริ่มเดิน ผางลางก็จะแกว่ง เป็นการส่งสัญญานแก่ขบวนวัวต่างที่สวนผ่านมา เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นด้วย ส่่วนกระดิ่งที่ผูกคอวัวในขบวนวัวต่าง จะเรียก"เด็งปันเมา"จะเป็นกระพรวนห้าลูกบ้างเจ็ดลูกบ้าง เพราะการเดินทางแบบนี้จะทำให้เบื่อหน่าย การได้ยินกระพรวนแกว่งไกวจะทำให้เพลิดเพลินในอารมณ์ คลายเหงาในการเดินทางได้บ้าง
ขอบคุณข้อมูลจาก
เพจ : เรื่องเล่าชาวล้านนา